วันพุธที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2559

เครือพงสะหวัน กับ Mekong Group

วันที่ 9 มีนาคม 2016 บริษัทประกันภัย APA ได้จัดพิธีเซ็นสัญญาแต่งตั้งให้บริษัท Deloitte & Touche Business Advisory(Deloitte) และบริษัท Mekong Group จากประเทศสิงคโปร์ เป็นที่ปรึกษาในการจัดตั้งกิจการประกันภัยและประกันชีวิต โดยมีพล.ท.ไอ่ สุลิยะแสง ประธานกลุ่มบริษัทพงสะหวัน และ Dominic Goh เอกอัคราชทูตสิงคโปร์ ประจำ สปป.ลาว เข้าร่วม

การเซ็นสัญญาจัดขึ้นที่โรงแรมลาวพลาซ่า ผู้ร่วมเซ็นสัญญาประกอบด้วย แสงดาว บุบพะกอนคำ ผู้อำนวยการใหญ่บริษัทประกันภัย APA , Chaly Mah CEO ของ Deloitte Southeast Asia และ Michael Aw CEO บริษัท Mekong Group

บริษัทประกันภัย APA เป็นบริษัทใหม่ในกลุ่มบริษัทพงสะหวัน ที่เพิ่งได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจประกันภัยและประกันชีวิต จากกระทรวงการเงิน


กลุ่มพงสะหวัน
Deloitte อยู่ในเครือข่าย Deloitte Touche Tohmatsu 1 ในบิ๊ก 4 ของบริษัทผู้สอบบัญชีและที่ปรึกษาชั้นนำของโลก

Mekong Group เป็นบริษัทที่ปรึกษา ซึ่งมีฐานอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์

เว็บไซต์ของ MekongGroup ไม่ได้บอกประวัติความเป็นมาของกิจการ บอกเพียงว่าธุรกิจของ Mekong Group คือการเสนอบริการที่สามารถเพิ่มมูลค่าแก่กิจการ ทั้งของเอกชนและรัฐบาลที่อยู่ในภูมิภาคอินโดจีน

บริการหลักๆของ Mekong Group คือให้คำปรึกษาในการขยายกิจการออกนอกประเทศ เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้เล่นระดับภูมิภาค การสรรหาบุคลากรที่มีความสามารถในสิงคโปร์ ส่งไปทำงานในกิจการของลูกค้าเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และการจัดหาเทคโนโลยี่ เพื่อเพิ่มศักยภาพให้แก่กิจการ

เว็บไซต์ระบุถึงประวัติของ Michael Aw CEO ของ Mekong Group ว่าจบการศึกษาด้านวิศวกรรม เคยทำงานกับบริษัทของอเมริกันมากว่า 21 ปี ก่อนที่จะมาตั้งบริษัทที่ลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ในหลายประเทศ

แต่ข้อมูลที่น่าสนใจอยู่ในหมวดบริษัทในเครือ ซึ่งเว็บไซต์ Mekong Group ระบุว่ามีอยู่ 8 แห่ง ได้แก่

1.บริษัทพงสะหวัน กรุ๊ป
2.ธนาคารพงสะหวัน
3.บริษัทลาวเซ็นทรัลแอร์ไลน์ มหาชน
4.บริษัทปิโตรเลียมเทรดดิ้งลาว มหาชน
5.Plus Daily Mart
6.ร้านกาแฟ Black Canyon ใน สปป.ลาว
7.ร้านอาหาร Morgen Restaurant & Café ใน สปป.ลาว
8.บริษัทสิทธิโลจิสติกลาว มหาชน

ประเด็นก็คือ ทั้ง 8 บริษัท เป็นบริษัทในกลุ่มพงสะหวันทั้งหมด

รายละเอียดของแต่ละบริษัท มีดังนี้

-บริษัทพงสะหวันกรุ๊ป เป็น Holding company หรือบริษัทหลักของกลุ่มพงสะหวัน ก่อตั้งขึ้นโดย ดร.ออด พงสะหวัน ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานใหญ่ กลุ่มพงสะหวัน

ดร.ออด พงสะหวัน
ดร.ออดทำธุรกิจมาหลากหลาย เริ่มต้นจากกิจการปั๊มน้ำมัน ต่อมาได้ตั้งบริษัทสะหวันรุ่งเรือง ขาออก-ขาเข้า เพื่อเก็บของป่ามาแปรรูปส่งออก และนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคเข้ามาจำหน่ายให้กัประชาชนในแขวงสะหวันนะเขต

ในปี 1980 ได้ก้าวเข้ามาสู่ธุรกิจค้าไม้โดยได้สร้างโรงเลื่อยขึ้นหลายแห่ง ผลิตไม้แปรรูปส่งออกไปยังประเทศต่างๆ เช่น ไทย ไต้หวัน ฮ่องกง สิงคโปร์ เวียดนาม กัมพูชาฯลฯ ด้วยมูลค่าการส่งออกแต่ละปีหลายสิบล้านดอลลาร์สหรัฐ

ในปี 1995 ขยายกิจการมาสู่ธุรกิจโทรคมนาคม โดยตั้งบริษัทพงสะหวันสะหนองอุปะกอนโทละคมในนครหลวงเวียงจัน เป็นตัวแทนจำหน่ายวิทยุสื่อสาร Icom และโทรศัพท์เคลื่อนที่ยี่ห้อ Motorola, Philips, Panasonic

ระหว่างปี 1997-2001 ได้แตกแขนงธุรกิจเพิ่มขึ้น โดยก่อตั้งบริษัทไพบูนการค้า ขาออก-ขาเข้า จำกัดผู้เดียว บริษัททองสะหวัน ขาออก-ขาเข้า จำกัดผู้เดียว บริษัทพงสะหวันก่อสร้าง และโรงแรมพงสะหวัน ภายใต้ชื่อกลุ่มบริษัทพงสะหวัน

-ธนาคารพงสะหวัน สถาบันการเงินที่ถือเป็นกิจการหลักของกลุ่มพงสะหวัน

ธนาคารพงสะหวันถือเป็นธนาคารพาณิชย์แห่งแรกของ สปป.ลาว ที่มีเอกชนลาวเป็นผู้ลงทุน 100% ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการธนาคารพาณิชย์จากธนาคารแห่ง สปป.ลาว เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2007 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 10 ล้านดอลลาร์ รวมกับเงินวางประกันไว้ที่ธนาคารแห่ง สปป.ลาว อีก 2.5 ล้านดอลลาร์

ธนาคารพงสะหวันเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที 29 มีนาคม 2007 และในปี 2008 ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 19.99 ล้านดอลลาร์

เว็บไซต์ของธนาคารพงสะหวัน ระบุว่าบริษัทในเครือธนาคารมี 2 บริษัท คือ บริษัทลาวเซ็นทรัลแอร์ไลน์ มหาชน และบริษัทปิโตรเลียมเทรดดิ้งลาว มหาชน

-บริษัทลาวเซ็นทรัลแอร์ไลน์มหาชน ทำธุรกิจการบิน เดิมชื่อพงสะหวันแอร์ไลน์ ตั้งขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคม 2010 ถือเป็นสายการบินของเอกชนลาวแห่งแรก เริ่มให้บริการด้วยเครื่องบิน Boeing 737-400 จำนวน 2 ลำในเที่ยวบินภายในประเทศและระหว่างประเทศ คือกรุงเทพ-เวียงจัน ต่อมาได้มีการขยายเส้นทางบินไปยังจุดหมายต่างๆทั้งในและต่างประเทศ อาทิ ฮานอย คุนหมิง เสียมเรียบ พนมเปญ โดยได้สั่งซื้อเครื่องบิน Sukhoi SuperJet 100 เข้าประจำการเพิ่มจำนวน 9 ลำ เริ่มส่งมอบ 3 ลำแรกเมื่อปี 2012

-บริษัทปิโตรเลียมเทรดดิ้งลาวมหาชน ทำธุรกิจสถานีบริการน้ำมันในรูปแบบครบวงจรทั่ว สปป.ลาว ภายใต้เครื่องหมายการค้า Plus

ปิโตรเลียมเทรดดิ้งลาว ก่อตั้งเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2007 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 6.5 ล้านดอลลาร์ และได้เพิ่มทุนขึ้นเป็น 45.75 ล้านดอลลาร์ในภายหลัง มีจันทอน สิดทิไช เป็นรองประธานกรรมการ และผู้อำนวยการใหญ่

ในปี 2011 ปิโตรเลียมเทรดดิ้งลาวได้ขยับจากผู้ค้าน้ำมันอันดับที่ 13 ของ สปป.ลาว ขึ้นเป็นอันดับที่ 2

ต้นปี 2015 ปิโตรเลียมเทรดดิ้งลาว ได้เข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ลาว เป็นบริษัทจดทะเบียนลำดับที่ 4 โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ APM Lao บริษัทในเครือของบริษัทแอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จากประเทศไทย เป็นบริษัทที่ปรึกษาในการนำบริษัทเข้าจดทะเบียน

ธุรกิจของบริษัทปิโตรเลียมเทรดดิ้งลาว มีทั้ง oil และ non-oil โดยธุรกิจ non-oil ประกอบด้วยร้านสะดวกซื้อ Plus Daily Mart ซึ่งตั้งอยู่ในสถานีบริการน้ำมัน Plus แฟรนไชส์ร้านกาแฟ Black Canyon และร้านอาหาร Morgen Restaurant & Café จากประเทศไทย

-PlusDaily Mart เป็นร้านสะดวกซื้อที่ให้เปิดอยู่ในสถานีบริการน้ำมัน Plus บริหารงานโดยบริษัทลาวเดลีมาท ขาออก-ขาเข้า

-ร้านกาแฟ Black Canyon บริษัทขวันใจการค้า ขาออก-ขาเข้า ซึ่งมีมีจันทอน สิดทิไช เป็นผู้อำนวยการใหญ่ และมะนีวอน สิดทิไช เป็นผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีการเงิน ได้ซื้อลิขสิทธิ์แฟรนไชส์ Black Canyon จากบริษัทแบล็คแคนยอน(ประเทศไทย) และเปิดสาขาแรกในนครหลวงเวียงจันที่ถนนสามแสนไทเมื่อเดือนพฤษภาคม 2012

-ร้านอาหาร Morgen Restaurant & Café มะนีวอน สิดทิไช ได้ซื้อลิขสิทธิ์แฟรนไชส์ร้านอาหารแห่งนี้มาจากบริษัท EZ'S International Franchise ในเครือสยามสเต็ค กรุ๊ป และเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2014

-บริษัทสิทธิโลจิสติกลาว มหาชน เดิมเคยเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทปิโตรเลียมเทรดดิ้งลาว โดยให้บริการขนส่งน้ำมันไปยังสถานีบริการ Plus แต่ในปี 2013 ได้แยกตัวออกมาเป็นอีกบริษัทเพื่อดำเนินธุรกิจอย่างอิสระ แต่ยังคงเป็น 1 ในกลุ่มพงสะหวัน

ธุรกิจหลักของสิทธิโลจิสติกลาว คือบริการขนส่งสินค้าและน้ำมันเชื้อเพลิง โดยในปี 2015 สิทธิโลจิสติกลาวมีรถบรรทุกจำนวน 79 คัน และพนักงานรวม 95 คน และได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการคุ้มครองหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของลาวให้นำหุ้นสามัญจำนวน 60 ล้านหุ้นออกมากระจายขายกับประชาชนทั่วไป(IPO) เพื่อเตรียมเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ลาว โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ APM Lao เป็นที่ปรึกษา

กลุ่มพงสะหวันเป็นธุรกิจเอกชนที่ใหญ่ที่สุดกลุ่มหนึ่งของ สปป.ลาว ตลอด 40 ปีที่ผ่านมา กิจการในกลุ่มพงสะหวันมีการเติบโตอย่างหน้าสนใจ

แต่การที่ Mekong Group บริษัทที่ปรึกษาซึ่งมีฐานอยู่ในประเทศสิงคโปร์ และเน้นกลุ่มเป้าหมายลูกค้าเป็นกิจการในภูมิภาคอินโดจีน ระบุโครงสร้างของบริษัท โดยโยงบริษัทในกลุ่มพงสะหวันเข้าไปอยู่ในเครือ Mekong Group ด้วยนั้น ดูเหมือนเป็นเรื่องที่หน้าสนใจยิ่งกว่า...

วันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ฟื้น.....ตองอู

“หนึ่งในตองอู”เป็นสำนวนจากนวนิยาย“ผู้ชนะสิบทิศ”อันโด่งดังในอดีตที่หลายคนน่ายังจำกันได้

เป็นสำนวนที่หมายถึง“จะเด็ด”ตัวละครเอกของเรื่อง ที่“ยาขอบ”ผู้ประพันธ์ สร้างขึ้นจากเรื่องราวของพระเจ้าบุเรงนอง อดีตวีรกษัตริย์ของพม่า ที่ได้สร้างอาณาจักรพม่าให้ยิ่งใหญ่เมื่อเกือบ 500 ปีก่อน

“ตองอู”คือเมืองต้นกำเนิดของ“ราชวงศ์ตองอู” ราชวงศ์ซึ่งสร้างความรุ่งเรืองให้แก่พม่าในยุคที่ 2 ถัดจากยุคของพระเจ้าอโนรธามังช่อ ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์พุกาม
เมืองตองอูในประวัติศาสตร์
(ภาพประกอบจาก “วิกิพีเดีย” https://en.wikipedia.org/wiki/Taungoo#/media/File:Toungoo_ou_taungû.jpg)
ทุกวันนี้ ชาวพม่ายกย่องอดีตวีรกษัตริย์ 3 องค์ ให้เป็น 3 วีรกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ ประกอบด้วย พระเจ้าอโนรธามังช่อ พระเจ้าบุเรงนอง และพระเจ้าอลองพญา ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์คอนบอง

ราชวงศ์ตองอูมีพระเจ้ามินจีโยเป็นปฐมกษัตริย์ เมื่อต้นคริสต์ศตวรรษที่ 16 เริ่มขยายตัวในยุคของพระเจ้าตะเบงชเวตี้ โอรสของพระเจ้ามินจีโย แต่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือยุคของพระเจ้าบุเรงนอง กษัตริย์องค์ที่ 3 ที่สามารถขยายอาณาจักรออกไปครอบคลุมทั้งลุ่มแม่น้ำอิรวดี เจ้าพระยา และแม่น้ำโขง
อนุสาวรีย์พระเจ้าบุเรงนองในเมืองตองอู

(ภาพประกอบจาก "วิกิพีเดีย" https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/0/0b/Bayintnaung_image.jpg)
ราชวงศ์ตองอูเริ่มเสื่อมลงในยุคของพระเจ้านันทบุเรง โอรสของพระเจ้าบุเรงนอง เกิดการแข็งเมืองของประเทศราชหลายแห่ง รวมถึงกรุงศรีอยุธยา จนท้ายสุด ต้องตกอยู่ภายใต้อำนาจของอาณาจักรมอญในช่วงท้ายของราชวงศ์

แต่เมืองตองอูยังคงอยู่…

ปัจจุบัน “ตองอู”เป็นเมืองหนึ่งในเขตพะโค(หงสาวดี) อยู่เหนือกรุงย่างกุ้งขึ้นไปประมาณ 220 กิโลเมตร ตัวเมืองตั้งอยู่ริมแม่น้ำสะโตง

ตองอูเคยเป็นเมืองปิดอยู่หลายปี เนื่องจากอยู่ในพื้นที่สู้รบระหว่างกองทัพพม่ากับกองกำลังกะเหรี่ยง KNU ตั้งแต่ปี 1948 จนมีการเซ็นสัญญาหยุดยิงระหว่าง 2 ฝ่ายเมื่อปี 2012 รวมถึงได้รับความเสียหายจากเหตุจราจลระหว่างชาวพม่าที่นับถือศาสนาพุทธกับชาวมุสลิมเมื่อเดือนพฤษภาคม 2001 ซึ่งมีผลทำให้โบราณสถานที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ถูกทำลายลงไปหลายแห่ง

ปัจจุบัน ทางการเมียนมาได้เปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้าไปในเมืองตองอูได้แล้ว เริ่มมีบริษัทท่องเที่ยวหลายแห่งจัดโปรแกรมเที่ยวตองอูไว้รวมกับการไปชมเมืองหงสาวดี

ล่าสุด ขิ่น หม่อง เอ ประธาน KMA Group ได้ชักชวนประชาชนชาวตองอูร่วมกันฟื้นฟูเมืองประวัติศาสตร์ ที่เป็นบ้านเกิดของเขา ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของประเทศ และเพื่ออนุรักษ์คุณค่าทางประวัติศาสตร์ของเมืองเอาไว้ไม่ให้สูญหาย


ขิ่น หม่อง เอ
(ภาพประกอบจากเว็บไซต์ KMA Group  http://www.kmagroup.net)
ขิ่น หม่อง เอ ได้เริ่มต้นโดยร่วมกับชาวตองอู ขุดลอกและปรับทัศนียภาพคูเมืองเก่าที่ตื้นเขินให้กลับมีสภาพดีขึ้น เมื่อไม่นานมานี้

เขายังรวบรวมข้อมูลทางประวัติศาสตร์ของตองอู และได้เสนอไปยังรัฐบาลเมียนมา โดยหวังว่าจะเสนอให้ขึ้นทะเบียนเมืองตองอูเป็นมรดกโลกต่อ UNESCO ในอนาคต

อย่างไรก็ตาม การฟื้นฟูตองอูยังมีอีกหลายภารกิจ เพราะด้วยความที่เป็นเมืองปิดมานาน ทำให้ขาดแคลนระบบสาธารณูโภค รวมถึงมีการสร้างบ้านเรือนรุกล้ำเข้าไปในบริเวณโบราณสถาน ซึ่งต้องมีการเจรจาให้ชาวบ้านที่บุกรุกโยกย้ายออกไปก่อน จึงจะเริ่มต้นการบูรณะได้

“ถ้าเราต้องการให้ตองอูเป็นจุดหมายหนึ่งของนักท่องเที่ยว เราต้องร่วมกันฟื้นฟูมรดกที่ราชวงศ์ตองอูได้สร้างไว้โดยทันที” เขาให้สัมภาษณ์กับ Myanmar Times


KMA Group เป็นกลุ่มธุรกิจซึ่งประกอบกิจการหลากหลายประเภท ทั้งโรงแรม ธุรกิจท่องเที่ยว พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ รับเหมาก่อสร้าง เหมืองแร่ ฯลฯ


อ้างอิงจาก :
http://www.mmtimes.com/index.php/business/18772-tycoon-pushes-tourism-in-recently-peaceful-taungoo.html