วันพฤหัสบดีที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2560

บ่อหาน : ประตูจีนสู่อาเซียน

บ่อหานเป็นเมืองหน้าด่านของเขตปกครองตนเองชนชาติไตสิบสองปันนา มณฑลหยุนหนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน

เป็นเมืองชายแดนของจีน อยู่ตรงข้ามเมืองบ่อเต็น แขวงหลวงน้ำทา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

ภายใต้ข้อริเริ่ม One Belt One Road ของประธานาธิบดีสีจิ้นผิง บ่อหานถือได้ว่าเป็นประตูสำหรับเข้าสู่ใจกลางภาคพื้นทวีปของอาเซียน และเป็น 1 ในต้นทางเพื่อออกสู่ทะเลให้กับจีน

เพราะบ่อหานเป็นจุดเริ่มต้นของถนนสาย R3a และเป็นจุดเชื่อมต่อทางรถไฟจากจีนเข้าสู่ลาว ผ่านอุโมงค์มิตรภาพยาว 9.68 กิโลเมตร

ด่านสากลบ่อหาน ที่เชื่อมต่อกับเมืองบ่อเต็น สปป.ลาว

แม้อยู่ในเขตจีนแต่บ่อหานก็เป็นเมืองคนลื้อ ที่ยังคงมีชาวลื้ออาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม ในระยะหลัง มีชาวจีนฮั่นจำนวนไม่น้อยที่อพยพลงมาตั้งหลักปักฐานอยู่ในเมืองนี้ จนทำให้สภาพเมืองดูไม่แตกต่างจากเมืองอื่นๆทั่วไปของจีน

ด้วยความที่เป็นเมืองชายแดนต้นทางของถนนสาย R3a ที่เป็นเส้นทางการค้าของจีนกับอาเซียน บ่อหานจึงถูกจัดตั้งให้เป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจ มีการสนับสนุนให้นักลงทุนเข้ามาตั้งโรงงานบริเวณพื้นที่ใกล้ชายแดน

เขตพัฒนาเศรษฐกิจบ่อหาน   

เมื่อครั้งเดินทางผ่านและมีโอกาสแวะเขตพัฒนาเศรษฐกิจแห่งนี้เมื่อหลายปีก่อน(ปี 2011) พบว่าเลยจากชายแดนลาวเข้าไปในเขตจีนเพียง 2 กิโลเมตร ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ มีการจัดตลาดนัดสากล จีน-ลาว-ไทย ขึ้น โดยเริ่มจัดมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2010

ตลาดนัดสากล 3 ประเทศ(จีน ลาว และไทย)   

ด้วยความที่ชาวลื้อ ชาวลาว และชาวไทย มีความใกล้ชิดกันทางเชื้อชาติ ทำให้ในช่วงที่เริ่มเปิดตลาดนัดแห่งนี้ใหม่ๆ มีพ่อค้าแม่ขายให้ความสนใจมาออกร้านกันอย่างคึกคัก



และเมื่อมีโอกาสได้เข้าไปในอาคารสำนักที่ว่าการเมืองบ่อหาน พบว่าแม้วัฒนธรรมจีนได้แผ่อิทธิพลลงมาครอบงำวิถีชีวิตของคนที่นี่ไปแล้วไม่น้อย แต่ก็ยังมีสิ่งที่เตือนให้ระลึกถึงวิถีของชุมชนเมื่อครั้งอดีตปรากฏอยู่

ภาพเขียนด้านล่างนี้ประดับอยู่บนผนังห้องประชุมฝ่ายปกครอง เมืองบ่อหาน

เจ้าหน้าที่ของเมืองบอกว่าเป็นภาพที่แสดงถึงวิถีชีวิตดั้งเดิมของคนที่นี่ ที่เป็นชุมชนของคนเผ่าพันธุ์ไท ซึ่งมีวิถีชีวิตผูกพันธ์อยู่กับสายน้ำ


ภาพนี้มีชื่อเป็นภาษาจีนที่แปลเป็นไทยได้ว่า…“แม่ของแผ่นดิน”

ภาพ“แม่ของแผ่นดิน”ประดับอยู่บนผนังห้องประชุมเมืองบ่อหาน(ถ่ายไว้เมื่อเดือนเมษายน 2011)    

วันอังคารที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

การสวดสืบชะตาแบบพื้นบ้านเชียงตุง

วิดีโอความยาว 48 นาทีชุดนี้ เป็นบันทึกขั้นตอนโดยละเอียด ของพิธีสวดสืบชะตาแบบพื้นบ้านเชียงตุง ซึ่งจัดขึ้นเนื่องในโอกาสปิดภาคเรียนประจำปีการศึกษา 2559-2560 ของชมรมรวมพี่น้องไต(ၸုမ်းႁူမ်ႈတုမ်ပီႈၼွင်ႉတႆး) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 ที่วัดราชมณเฑียร อ.เมือง จ.เชียงใหม่

ชมรมรวมพี่น้องไตเป็นชมรมที่มีบทบาทในการส่งเสริมการศึกษาแก่คนเครือไต ที่อาศัยหรือทำงานอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ นักเรียนส่วนใหญ่เป็นชาวไทใหญ่ รวมถึงบุคคลทั่วไปที่สนใจเรียนในหลักสูตรที่เปิดสอน ซึ่งเน้นด้านภาษา ประกอบด้วย ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาไทใหญ่ ภาษาขืน และภาษาพม่า


คณะครูผู้สอน และพระภิกษุ สามเณรที่มาร่วมสวดสืบชะตา ทั้งหมดเป็นชาวรัฐฉาน ส่วนใหญ่จากเชียงตุงที่ได้เดินทางเข้ามาศึกษาอยู่ในเชียงใหม่…


วันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

“ลาวยวน” ผู้รักสันติแห่งหลวงน้ำทา

เรื่องของชาว“ลาวยวน”ในเมืองหลวงน้ำทา ทางภาคเหนือของ สปป.ลาว เป็นสารคดีเรื่องแรกของ LandLink

วัตถุประสงค์ของการสื่อเนื้อหาผ่านสารคดีชุดนี้ เพื่ออยากให้เห็นว่าในดินแดนภาคพื้นทวีปของเอเซียตะวันออกเฉียงใต้นั้น หากไม่มีเส้นพรมแดนที่เพิ่งถูกขีดขึ้นเมื่อ 100 กว่าปีที่แล้ว มาแบ่งพื้นที่ต่างๆออกเป็นประเทศนั้น คนทุกคนที่อาศัยอยู่บนผืนดินผืนนี้ ส่วนใหญ่ล้วนมีเรื่องที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันมาก่อน

สารคดีความยาว 25 นาทีชุดนี้ พยายามเก็บรายละเอียดทุกแง่มุมเกี่ยวกับชาวลาวยวนในเมืองหลวงน้ำทา ได้สัมภาษณ์ประธานเผ่าลาวยวน นำเสนอกิจกรรมต่างๆของพวกเขาที่เกิดขึ้นในช่วง 2 ปีเศษที่ผ่านมา รวมถึงการค้นคว้าข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมจากแหล่งอื่นๆ

หวังว่าเมื่อได้ชมสารคดีชุดนี้แล้ว เพื่อนๆในเพจทุกคน คงได้รู้จักชาว“ลาวยวน”มากขึ้น


ส่วนลิงค์ด้านล่างนี้ เป็นประวัติของลาวยวนที่คนลาวยวนได้ค้นคว้า รวบรวมเอกสารดั้งเดิม และคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ ผมได้ถอดเนื้อหาจากประวัติที่พวกเขาได้เขียนขึ้น และค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้เห็นความเกี่ยวเนื่องกับ“ยวน” ในประเทศไทย หากได้อ่านประกอบการดูสารคดี คิดว่าน่าจะเข้าใจเนื้อหาได้ลึกซึ้งขึ้น


วันศุกร์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

OK 20 Laos...เมื่อซาวลาวก็โอเคนำ

OK 20 เป็นแฟรนไชส์ร้านขายข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของไทย จุดขายของร้านแห่งนี้ คือสินค้าภายในร้านทุกชิ้นขายในราคา 20 บาท

ประเภทสินค้ามีหลากหลาย ประกอบด้วย สินค้าในครัวเรือน ของใช้ในสำนักงาน สินค้าพลาสติก ของตกแต่งบ้าน ของเล่นสำหรับเด็ก ของชำร่วย สินค้าแฟชั่น และสินค้าเสริมความงาม

OK 20 เป็นแบรนด์ที่พัฒนาขึ้นจากร้านขายสินค้าเบ็ดเตล็ด เปิดสาขาแห่งแรกเมื่อปี 2012 จากนั้นก็ขยายสาขาและแฟรนไชส์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบันมีสาขาทั่วประเทศมากกว่า 60 สาขา รวมถึงโกดังใหญ่และจุดกระจายสินค้าทั่วประเทศอีก 9 แห่ง

จุดขายของแฟรนไชส์นี้คือผู้ซื้อแฟรนไชส์ลงทุนไม่สูงมาก(เข้าไปดูรายละเอียดได้ใน http://ok20-shop.com/home/)

จุดกระจายสินค้าในเมืองหลวงน้ำทา ทางภาคเหนือของ สปป.ลาว
เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา OK 20 ได้ขยายไปเปิดสาขาและขายแฟรนไชส์ใน สปป.ลาว ภายใต้ชื่อ“OK 20 Laos” โดยใช้จุดขายเดียวกันคือผู้ซื้อแฟรนไชส์ลงทุนไม่มาก และสินค้าทุกชิ้นในร้านขายในราคา 6,000 กีบ

6,000 กีบ ถือว่าเป็นราคาที่ไม่แพงมากสำหรับคนลาว

หากเทียบกับอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบันที่เงิน 1 บาท สามารถแลกเป็นกีบได้เฉลี่ย 229 กีบ สินค้าในร้าน OK 20 Laos จะมีราคาชิ้นละ 26 บาท

ร้าน OK 20 Laos ได้รับความสนใจจากคนลาวไม่น้อย ทั้งผู้ซื้อแฟรนไชส์และผู้บริโภค


ส่วนหนึ่งจะโดยบังเอิญหรือตั้งใจก็ตาม ชื่อร้าน OK 20 Laos เมื่ออ่านออกเสียงเป็นภาษาลาว คือ“โอเคซาวลาว” ซึ่งอาจหมายถึง“โอเค ชาวลาวทั้งหลาย ทุกอย่างขายในราคา 6,000 กีบ”

อีกจุดที่น่าสนใจ คือการเข้ามาของร้าน OK 20 Laos เป็นพัฒนาการอีกขั้น ของกระบวนการนำเสนอสินค้าในชีวิตประจำวันของไทยไปสู่ผู้บริโภคในประเทศเพื่อนบ้าน

สินค้าไทยเป็นที่นิยมของประเทศเพื่อนบ้านมานานแล้ว หากย้อนกลับไปเมื่อ 30 กว่าปีก่อน ที่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศยังไม่เปิดกว้างเหมือนทุกวันนี้ การที่ผู้บริโภคในประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาว จะได้ใช้สินค้าที่ผลิตจากประเทศไทย พ่อค้าลาวต้องข้ามพรมแดนมาหาซื้อสินค้าจากร้านค้าในตลาดชายแดน แล้วขนกลับไปขายที่ร้าน

10 กว่าปีที่ผ่านมา เมื่อประเทศเริ่มเปิด มีการอนุญาตให้รถจากประเทศไทยเข้าไปวิ่งในลาวได้ง่ายขึ้น การนำเสนอสินค้าไทยมีพัฒนาการในการเข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น เซลล์จากบริษัทผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคหลายๆแบรนด์ เข้าไปทำตลาดโดยตรงในลาวได้กว้างขวางขึ้น รถขนสินค้าแบรนด์ต่างๆ สามารถวิ่งเข้าไปส่งสินค้าถึงมือเจ้าของร้านขายของชำในลาวได้สะดวกขึ้น

ขณะเดียวกัน การขายสินค้าในลักษณะกองทัพมดก็เกิดขึ้น ด้วยการจัดเป็นคาราวานสินค้า ขนสินค้าตระเวนไปเปิดขายตามเมืองต่างๆ

เมื่อเข้าสู่ยุคเปิดเสรีเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC) รูปแบบร้านค้าสมัยใหม่ปรากฏหลากหลายขึ้น

แม้ในลาวจะยังจำกัดเงื่อนไขบางประการในการลงทุนในการเปิดร้านสะดวกซื้อ แต่การเข้าไปของ OK 20 Laos นับว่าได้ตอบโจทย์ของการนำเสนอสินค้าสู่ผู้บริโภคลาวได้ในระดับหนึ่ง

เพราะเป็นการขายแฟรสไชส์และเปิดจุดกระจายสินค้า ไม่ใช่เป็นการเปิดร้านค้าแข่งกับคนท้องถิ่น

ที่สำคัญ สินค้าที่ขายหลายชนิดมีราคาถูก สามารถแข่งกับสินค้าประเภทเดียวกันจากจีนได้อย่างพอพัดพอเหวี่ยง

ข้อมูลล่าสุด หลังจากเข้าไปเปิดกิจการในลาวได้ประมาณ 3 เดือน OK 20 Laos มีจุดกระจายสินค้า และตัวแทนจำหน่ายอยู่ 6 แขวงทั่วประเทศ และมีแฟรนไชส์สาขาในนครหลวงเวียงจันอยู่ 11 แห่ง


OK 20 Laos จึงเป็นอีกแบรนด์หนึ่งของไทยในลาว ที่น่าติดตาม...

วันจันทร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2559

ลาวปรับยุทธศาสตร์จาก Land Link เป็น Logistics Hub

กระทรวงโยธาธิการและขนส่ง สปป.ลาว ได้ทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโลจิสติกส์ การขนส่งสินค้าของประเทศ ซึ่งได้ผ่านการรับรองจากรัฐบาลในปีที่แล้ว

แผนดังกล่าว เป็นผลต่อเนื่องหลังจากลาวได้เข้าเป็นภาคีสนธิสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยท่าเรือบก(Dry Port)

ตามแผนนี้ ได้วางยุทธศาสตร์ใหม่ให้เป็นจุดเด่นแก่ลาว จากประเทศที่ไม่มีพื้นที่ติดกับทะเล(Land Lock) ให้เป็นประเทศบริการทางผ่านด้านคมนาคมขนส่ง(Transit Services) หรือเป็นศูนย์กลางด้านพลาธิการขนส่ง(Logistics Hub)ของภูมิภาค

เป็นการขยายความยุทธศาสตร์เดิมที่ได้ปรับข้อจำกัดของประเทศซึ่งเป็น Land Lock ให้กลายเป็นจุดเด่นคือการเป็น Land Link หรือจุดศูนย์กลางเชื่อมต่อกับประเทศอื่นในภูมิภาค

แยกนาเตย แขวงหลวงน้ำทา

ในแผนยุทธศาสตร์ใหม่ ได้กำหนดพื้นที่เพื่อสร้างศูนย์รวมและกระจายสินค้า หรือเขตโลจิสติกส์สากลทั่วประเทศไว้ 9 จุด ได้แก่

1.เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว ตรงข้าม อ.เชียงของ จ.เชียงราย ที่ตั้งของสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 และเป็นปลายทางของถนนสาย R3a

2.นาเตย แขวงหลวงน้ำทา อยู่ห่างจากด่านบ่อเต็น ชายแดนลาว-จีน ลงมาประมาณ 20 กิโลเมตร เป็นเมืองสามแยกที่เป็นจุดเชื่อมของถนนสาย R3a กับถนนสาย 13 เหนือ

เมืองไซ แขวงอุดมไซ
3.เมืองไซ แขวงอุดมไซ จุดกึ่งกลางโครงข่ายถนนที่สามารถเชื่อมต่อไปยังชายแดนไทย-ลาว และชายแดนลาว-เวียดนาม

4.แขวงหลวงพระบาง

5.ท่านาแล้ง นครหลวงเวียงจัน ที่ตั้งสถานีรถไฟแห่งแรกของลาวที่เชื่อมกับทางรถไฟของไทย และยังเป็นปลายทางทางของทางรถไฟสายลาว-จีน

6.หลักซาว แขวงบอลิคำไซ ห่างจากชายแดนลาว-เวียดนามประมาณ 35 กิโลเมตร เป็นเมืองหลักบนถนนหมายเลข 8 ที่เริ่มมาจากเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน ปลายทางของถนนหมายเลข 8 คือท่าเรือหวุงอ๋าง เมืองฮาตินห์ ชายฝั่งทะเลเวียดนาม

7.เมืองท่าแขก แขวงคำม่วน ตรงข้ามกับ จ.นครพนม เป็นที่ตั้งของสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 และเป็นจุดเริ่มต้นของถนนหมายเลข 8 ซึ่งเป็นถนนที่สั้นที่สุดสำหรับเดินทางจากชายแดนไทยไปยังชายฝั่งทะเลเวียดนาม โดยมีระยะทางเพียงไม่ถึง 300 กิโลเมตร

8.เมืองเซโน แขวงสะหวันนะเขด ที่ตั้งของเขตเศรษฐกิจพิเศษสะหวัน-เซโน เมืองสำคัญในระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก(East West Economic Corridor: EWEC)

9.วังเต่า แขวงจำปาสัก ตรงข้ามด่านช่องเม็ก อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี จุดเริ่มต้นโครงข่ายถนนที่เชื่อมระหว่างลาว ไทย กัมพูชา และเวียดนาม

ในจำนวน 9 จุดนี้ มี 2 จุดซึ่งมีความพร้อมในการดำเนินการ ได้แก่ท่านาแล้ง นครหลวงเวียงจัน ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาร่วมทุนกับนักลงทุนญี่ปุ่น และที่เซโน แขวงสะหวันนะเขต ที่เพิ่งเปิดให้บริการศูนย์โลจิสติกส์สากลแห่งแรกเมื่อวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา

สะหวันนะเขด

ปัจจุบัน ลาวได้ลงนามในสัญญาว่าด้วยการขนส่งระหว่างประเทศ ทั้งที่เป็น 2 ฝ่าย และหลายกับเพื่อนบ้านเกือบทุกประเทศแล้ว ขาดแต่เพียงเมียนมา ที่แม้เพิ่งเปิดใช้สะพานมิตรภาพลาว-เมียนมาไปเมื่อเดือนพฤษภาคมปีก่อน แต่ปัจจุบันรถจากเมียนมาสามารถวิ่งเข้ามาในดินแดนลาวได้แค่เมืองสิง แขวงหลวงน้ำทา ซึ่งห่างจากเชิงสะพานประมาณ 80 กิโลเมตร ส่วนรถจากลาวสามารถวิ่งเข้าไปในเขตเมียนมาได้แค่เมืองเชียงลาบ รัฐฉาน ซึ่งเป็นเมืองที่อยู่เชิงสะพานเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสภาพถนนหนทางทั่วประเทศลาวปัจจุบันยังขาดการพัฒนาอยู่อีกหลายจุด ในแผนยุทธศาสตร์ใหม่จึงกำหนดให้หลังจากนี้ รัฐบาลลาวต้องทุ่มเทงบประมาณจำนวนมหาศาล ให้กับการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม ขนส่ง เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ


อ้างอิงจาก http://kpl.gov.la/detail.aspx?id=11866